kamil's profileMr.Kamil Charoenchang's ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
13 February หนังสือคือเพื่อนเคยมีคนบอกว่า "ถ้าอยากรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ให้ดูหนังสือที่เขาอ่าน"
ผมเองก็ไม่ทราบหรอกครับว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร เพียงแต่ก็มีหนังสือที่ชอบอยู่มาก ๆ เลยอยากเอามาแบ่งปัน
ยอมรับว่าเป็นหนังสือที่รักที่สุด ทั้งด้วยสาเหตุที่เราได้พบกัน หรือเพราะเนื้อหาภายในเล่ม "คิดถึงทุกปี" ทำให้ผมได้รู้จัก "บินหลา" และก็ตกเป็นแฟนงานเขียนของเขา ทุกครั้งที่ได้หยิบขึ้นมาอ่าน เรื่องราวความสัมพันธ์ของคนเป็น "พ่อ" และ "ลูกชาย" ใน "งามแสงดาว" ก็ทำให้สะเทือนหัวใจเสมอ ยังไม่รวมเรื่องราวความรักในอีกแง่มุมหนึ่งใน "คิดถึงทุกปี" ที่ทำให้ประทับใจเหลือเกิน เรื่องอื่น ๆ ก็สุดยอด สรุปคือ...ชอบอะครับ "พี่จิก" ประภาส ชลศรานนท์ ไม่ใช่แค่คนเขียนหนังสือเก่ง แต่ที่พิเศษคือมุมมองและความคิดที่ "คม" และ "รอบด้าน" อ่านหนังสือพี่จิกแล้วรู้สึกประเทืองความคิด เป็นต้นแบบการเขียนคอลัมป์ที่พยายามจะเอาอย่างให้ได้
วรรณกรรมเยาวชนระดับโลก จำได้ว่าอ่านจบรอบแรกแล้วมานั่งเกาหัว-มึน ๆ งงๆ - แต่พอตัดสินใจ ค่อย ๆ อ่านอีกครั้ง ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งหลงรัก "เจ้าชายน้อย" หนังสือของบินหลาผมชอบแทบทุกเล่ม "เจ้าหงิญ" เองก็เช่นกัน เพียงแต่ที่ชอบมาก ๆ เพราะเป็นเล่มที่ทำให้ "บินหลา" ได้ซีไรท์ จำเมื่อครั้งได้ข่าวการประกาศรางวัล ผมเข้าใจเลยว่า ความรู้สึกของคนที่เชียร์ลิเวอร์พูลจะเป็นอย่างไร ถ้าลิเวอร์พูลเผอิญได้แชมป์พรีเมียร์ลีกขึ้นมา
ผมคิดว่าคนกิจกรรมนักศึกษาส่วนใหญ่จะต้องเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ และก็เพราะมันนี่แหละมั้งครับ ที่ทำให้ผมเชื่อและเริ่มที่จะหาความรู้ในโลกนอกห้องเรียน "ทะเลเดือด" เป็นมากกว่าหนังสือประวัติศาสตร์ครับ แต่ลีลาการนำเสนอของผู้เขียน ทำให้ผมคิดว่ากำลังอ่านหนังสือนิยายดี ๆ เรื่องนึงเลยทีเดียว ได้ทั้งสาระและบันเทิง
ผมไม่ใช่กวี และก็อ่านบทกวีไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่บทกวีของคุณจิระนันท์ใน "ใบไม้ที่หายไป" ผมว่ามัน "เสพง่าย ใส งดงาม และได้อารมณ์"
ผมอ่านหนังสือของวินทร์หลายเล่ม ยอมรับว่าเป็นคนที่เขียนหนังสือได้เก่งจริง ๆ แต่ที่ชอบที่สุดก็เล่มนี้แหละ เข้ากับอารมณ์และความรู้สึกของพวกชอบการเมืองและประวัติศาสตร์อย่างผมดี
เล่มนี้ยอมรับว่า "หนัก" อ่านแล้วเครียดเลยครับ แต่เค้าก็นำเสนอเรื่องที่เป็นจริงอีกด้านหนึ่งของชีวิต
เป็นนักเขียนคอลัมป์ที่ผมพยายามจะเลียนแบบสไตล์การเขียน "พี่ตุ้ม" เขียนหนังสือได้เก่ง วิธีการเขียนแบบย่อหน้าบ่อย ๆ ทำให้อ่านได้ง่ายขึ้น และกระตุกความคิดในแต่ละระหว่างย่อหน้า นอกจากนั้นลีลาการนำเสนอแบบคนอารมณ์ดีก็ยิ่งทำให้การอ่านหนังสือของเขา ได้ทั้งความบันเทิงและสาระ เคยพบตัวจริง "พี่ตุ้ม" สอง-สาม ครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาสคุยด้วย โอกาสหน้าคงจะไม่พลาดอีก (นะ) ชอบเรื่องที่ตรงกับชื่อหนังสือมากที่สุด เด็กผู้หญิงใน "ก่อกองทราย" ให้ความรู้สึกถึงความฝันและการไม่ยอมแพ้ได้เป็นอย่างดี 11 January คนล่าฝันเพลง “คนล่าฝัน”
ฉันทนา 25 ปี คาราบาว แสงตะวัน เพิ่งจะโผล่ พ้นขอบฟ้า มีเวลา ให้คนเรา อีกมากมาย มองดูฟ้า ฝูงนกกา เที่ยวหากิน ไปยังถิ่น แดนไกล สุดสายตา คนเป็นคน ย่อมปะปน ด้วยชั่วดี ในศักดิ์ศรี มีทั้งจนและร่ำรวย
ฟ้าเบื้องบน น้ำเบื้องล่าง ดินขวางหน้า ข้ามไปเถิด ไขว่คว้า ความใฝ่ฝัน
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย คล้ายๆ กัน แม้ในข้างคืน เดือนดาว อันมืดมิด ยังมีสิทธิ์ คิดฝัน อันเฉิดฉาย ยืนเดียวดาย ในความกลัว หลอกตัวเอง เท่ากับเร่งรัดไปสู่ความล้มเหลว 05 November อารมณ์คิดถึงเพื่อนพันห้าร้อยวัน..จดจำby มูหัมหมัดฮาริส กาเหย็ม1ในนามของความเป็นจริงสรรพสิ่ง เคลื่อนเวียนเปลี่ยนผันอยู่ร่วม เคือง,รัก สัมพันธ์รอวัน ร้องร่ำ อำลาในนามของความนึกคิดห่างทิศ แต่เพื่อน เหมือนว่า-มิเคยห่างหายสายตาแม้อาทิตย์ดับ,โลกลาญ2จำว่า เพื่อนฮา ข้าเฮสรวลเส สนุกสนานน้ำชาหมดแก้วไปนานขับขานคำเย้า ยังยินจำว่า ร่วมบ่า เคียงไหล่งานหนัก จักให้ ใจถวิลแบกหาม ออกเหงื่อ เรื่อรินล้านหยด รดดิน งอกงามจำว่า ป้ายผ้าผืนนั้นสิบคนพู่กันสิบด้ามช่วยปาดช่วยป้ายเนื้อความถึงรูปไม่งาม งามใจจำว่า เวลายามค่ำประชุมประจำ จำไว้รีบมาชมรมไวไวอย่าให้เพื่อนว่ามาสายจำว่า ถึงหน้าปอซอเฝ้ารออาทิตย์มิดหายล้อมวง กับข้าวมากมายอิ่มกาย อิ่มใจ อิ่มบุญจำว่า ปีกซี ชั้นสองทุกห้อง ทุกเตียง เคียงคุ้นหมอนเพื่อนหมอนข้าผลัดหนุนน้ำลายฉุนฉุนปนเปจำว่า อาซานขานขับซะยาดะห์รอรับคนเร่เต็มห้องประดังประเดเมื่อยามโพล้เพล้มักริบจำว่า ศรัทธาร่วมกันเพื่อสรรค์สิ่งล้ำเลิศลิบมากกว่าเพชรวาวพราววิบค่าทิพย์แห่งงานไม่คลายจำว่า เพื่อนล้า ข้าเหนื่อยหมดไฟใจเฉื่อยใจหาย..หมดพลังเหมือนซังกะตายไม่วาย ผลัดปลอบ อุ่นใจจำว่า ร่วมเรียน เพียรอ่านเลคเชอร์ การบ้าน ลอกได้อุ่นใจ มีเพื่อน ข้างกายเกือบสายใกล้สอบ เพื่อนติวจำว่า ตกมีน เพื่อนปลอบ“มิดเทอม มึงสอบ เฉียดฉิว!”“ดร๊อปเถอะ!” ทะเบียนกลาง ต่อคิว“ชิ้วชิ้ว! ช้าไป ไม่ทัน!”จำว่า รวมหัว กันแห้วจีบไม่ติดแล้ว หยุดฝันกินยา "ทัมใจ" ด้วยกันแบ่งปันปลาสเตอร์ติดใจ4 ปี กี่วันเคลื่อนคล้อยหนึ่งพันห้าร้อย นับได้ถามว่า อยากลืมวันใดตอบว่า ไม่คิดลืมเลือน3เมื่อถึงซึ่งวันข้างหน้าอำลา สู่ทางทอง,เถื่อนทางใดให้จำเสมือนมีเพื่อน ไม่ห่างข้างกายสุขมากหากเพื่อนสุขกว่าเพื่อนถึงปรารถนาข้าถึงที่หมายเพื่อนเศร้า ไม่เศร้าเดียวดายร้อยสายน้ำตา สัมพันธ์4.เมื่อเพื่อน มุ่งหวังโลกหน้าหวังเพื่อน ศรัทธาคงมั่นเมื่อเพื่อน หวังโลก สุขสันต์หวังมือ เพื่อนนั้น ปั้นงาน18 October ความฝันอันสูงสุด"ความฝันอันสูงสุด" บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
ขอฝันใฝ่ ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อ ไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์ รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟัน ผองภัยด้วยใจทะนง
จะแน่วแน่ แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติ จนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตาย หมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทอง หลังองค์พระปฏิมา
ไม่ท้อถอย คอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวน พะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้น น้อยใจ ในโชคชะตา
ไม่เสียดาย ชีวา ถ้าสิ้นไป
นี่คือ ปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรม อันสดใส
ถึงทนทุกข์ ทรมาน นานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติ องอาจครัน
โลกมนุษย์ ย่อมจะดี กว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้ แม้ถูกหยัน
จงยืนหยัด สู้ไป ใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญ ก็เพราะปอง เทอดผองไทย
12 October ไฟ-วิญญาณ; งาน-ชีวิตไฟ-วิญญาณ; งาน-ชีวิต
จีระนันท์ พิตรปรีชา
ทะเล ภูเขา เทาท้องฟ้า
นกน้อยปรารถนาบินให้ถึง คาบธุลีจากหาวดาวดึงส์ มาเกลือกกลึงรอยไถในลุ่มนา ท้าทายอหังการ์ท่าที ไม่หนีลมคลื่นฝืนฝ่า สองปีกนี้มีกำลังปกบังฟ้า รักษามิให้ล่มถมมวลชน และสำเนียงอมตะจะถี่ก้อง เพลงนกร้องเฉียบเข้มเต็มข้น กล่อมน้ำตาแห้งคาตาคนจน สาปอธรรมทุกข์ทนอัปยศ กล้าหาญ กล้าหาญ ปราการเบื้องหน้าปรากฏ ปราการฐานันดร์หลั่นลด จักฝ่าไปปลดพันธนา ฝันถึงสัจจะอิสรภาพ วันโลกอาบอิ่มงามตามคุณค่า คนคือคนลุกฟื้นคืนชีวา สืบตำนานสะท้านฟ้าผาดินดาว พรุ่งนี้แล้วพรุ่งนี้... ปีกนกหลุบหรี่เหน็บหนาว ถอนใจรับดับฝันอันสกาว และปวดร้าวกับเลือดเนื้อเมื่อหมดแรง 04 October นิทานอินเดียอ.สมัย เล่าว่า....
เมื่อครั้งยังหนุ่ม อ.ดิเรก กุลศิริสวัสดิ์ ได้เล่านิทานสอนไว้ว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...
มีพ่อค้าขายผ้าชาวอินเดีย 2 คน นำสินค้าขึ้นเกวียนเทียมวัว เพื่อนำไปขายยังหมู่บ้านต่างถิ่น
ระหว่างเดินทาง จำต้องผ่านหมู่บ้านร้าง ไร้ผู้คน มีเพียงหมาจรจัดอาศัยอยู่
พ่อค้าคนที่หนึ่ง เดินทางมาถึงยังหมู่บ้านร้าง หมาจรจัดพากันมาล้อมหน้าล้อมหลัง เห่าไล่เกวียนของพ่อค้า
พ่อค้าใจร้อนโมโหเลือดขึ้นหน้า ลงจากเกวียน หยิบไม้ไล่ตีหมา
หมามันก็แสนเปรียว ไล่ตียังไงก็ไม่โดนสักที
พ่อค้าไล่ตามหมาจนเหนื่อย หันไปเจอพุ่มไม้ใหญ่มีร่มเงา จึงเผลอตัวนั่งพักและหลับลง
พ่อค้าหลับไปนาน พลันเมื่อรู้สึกตัว จึงนึกได้ "สินค้าของเราป่านนี้เป็นอย่างไรหนอ?"
พ่อค้าตาลีตาเหลือก วิ่งกลับไปไม่มีเกวียน วัวมันลากสินค้าหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
พ่อค้าคนที่สอง เดินทางให้หลังบนเส้นทางเดียวกัน เมื่อเข้าสู่หมู่บ้านร้าง หมาจรจัดก็มาล้อมหน้าล้อมหลัง เห่าไล่เกวียน
พ่อค้าใจนิ่ง เอ่ยกับตัวเอง "เราไม่ใช่หมา จะต้องไปทะเลาะกับหมาทำไม"
สุดท้ายพ่อค้าใจนิ่งก็สามารถพาสินค้าไปขายได้ตามประสงค์ มีผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้
แล้วเราหละอยากจะเป็นอย่างพ่อค้าคนที่หนึ่ง หรือคนที่สอง?
...อย่าให้อุปสรรค ความไม่พอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้เราต้องล้มเหลว ในเป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่า...
|
|
|